top of page
  • Lazada_Icon_OLLO
  • Shopee_Icon_OLLO
  • Facebook
  • Twitter
  • Instagram
Search

ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เกิดจากอะไร

Updated: Jul 3, 2024



Highlights : 

  • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ พบได้สูงถึง 50% ในกลุ่มผู้ชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันกลับพบในกลุ่มผู้ชายที่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ก็สามารถทำให้ผู้ชายพบกับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้เช่นกัน เช่น การสุบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอลล์ในปริมาณที่มาก

  • การรักษาโดยใช้ยาที่เป็นกลุ่มที่เข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ phosphodiesterase type 5 ถือว่าเป็นทางเลือกแรก ๆ ในการรักษาที่เข้าถึงง่ายและสะดวกที่สุด โดยทานก่อนมีเพศสัมพันธ์เพียง 25-30 นาทีก่อนมีเพศสัมพันธ์ 


อาการของผู้มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ: 

  • อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวหรือไม่สามารถแข็งตัวได้นานพอ จนทำให้เกิดอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจตามมา เช่น ความมั่นใจในตัวเองลดลง ปัญหาเกี่ยวกับชีวิตคู่ หรือไม่มั่นใจในตัวเองเวลาต้องการมีกิจกรรมทางเพศจนทำให้ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์อีกต่อไป

  • ซึ่งภาวะนี้ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่เป็นอาการที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพทางกายโดยรวม โดยเฉพาะโรคที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบไหลเวียนของเลือด เช่น โรคเส้นเลือดสมองอุดตัน โรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งปัญหาหลัก ๆ ของโรคเหล่านี้ คือการที่เลือดไปเลี้ยงอวัยวะไม่เพียงพอ


ผู้ที่มีความเสี่ยงให้เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ : 

  • อายุ ถือว่าเป็นปัจจัยหลักและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อายุที่มากขึ้นก็มีโอกาศที่จะเกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากขึ้น

  • โรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น

  • เคยได้รับการผ่าตัดมาก่อน เช่น การผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน การผ่าตัดทางท่อปัสสาวะ ได้รับอุบัติเหตุบริเวณอุ้งเชิงกราน รวมถึงอุบัติเหตุที่ไขสันหลัง

  • พฤติกรรมอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกาย เป็นต้น

  • ภาวะทางด้านจิตใจ โดยเฉพาะการเป็นซึมเศร้า ซึ่งผู้ที่มีภาวะซึมเศร้านั้นมีโอกาศที่จะมีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศสูงถึงร้อยละ 50-90


สาเหตุของการเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ : 

  • ทางกายภาพ ส่วนใหญ่จะเกิดจากความผิดปกติทางร่างกาย

▶️ ความผิดปกติที่เส้นเลือดในอวัยวะเพศ เช่น เส้นเลือดแดงที่เข้าไปเลี้ยงอวัยวะเพศอุดตัน, กลไกการกดทับเส้นเลือดดำผิดปกติ รวมถึง 2 สาเหตุนี้ประกอบกัน

  1. ความผิดปกติที่ระบบประสาท เช่น มีความผิดปกติตั้งแต่ระดับสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาทในอุ้มเชิงกราน และเส้นประสาทที่อวัยวะเพศ

  2. ความผิดปกติของภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย เช่น ความรู้สึกและความต้องการทางเพศลดลง ความรู้สึกไม่มีแรง อ่อนเพลีย รวมถึงอาจจะพบได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูงหรือต่ำกว่าปกติ


  • ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ

▶️ เกิดจากภาวะจิตใจที่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางเพศ  โดยสามารถพบได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความเครียด ซึมเศร้า จิตเภท หรืออาจเกิดจากยาทางด้านจิตเวชได้เช่นกัน


แนวทางการรักษาหรือป้องกันการเกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ : 

  • การทานยากลุ่มยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ phosphodiesterase type 5 ซึ่งเป็นทางเลือกแรกในการรักษาที่ไม่มีข้อจำกัด อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่ง่ายและค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก โดยจะต้องรับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 25-30 นาที โดยเราขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์หาหารเสริม เจลองุ่น OLLO ที่มีส่วนผสมของมะม่วงและทับทิม ซึ่งมีกลไกการออกฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ phosphodiesteerase type 5 หรือ PDE5 ได้โดยตรง แถมยังใส่สารสกัดจากองุ่น ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ endotheliel nitric oxide synthase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบไหลเวียนเลือด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดีถึง 50% และสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี

  • การรักษาด้วยกระบอกสุญญากาศ (Vacuum Device) โดยการใช้กระบอกสุญญากาศไปสวมที่อวัยวะเพศ หลังจากนั้นให้สูบอากาศออกจากท่อที่สวมเข้าไปภายใน 2-3 นาที และเลือดจะถูกดูดไปที่เนื้อเยื่อแทนจนทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดี หลังจากนั้นใช้นางรัดเพื่อไม่ให้เลือดไหลออก

  • การใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำ (Shockwave therapy) เป็นการมใช้คลื่นเสีงความถี่ต่ำกระแทกเข้าไปที่เนื้อเยื่อของอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางเลือกใหม่ ที่ช่วยให้เกิดการสร้างเส้นเลือดขึ้นภายในอวัยวะเพศ ช่วยให้เกิดการฟื้นฟูและรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี 

  • การใช้ยาฉีด เป็นการใช้ยาฉีดเข้าไปที่อวัยวะเพศโดยตรงก่อนมีเพศสัมพันธ์ 5-10 นาที ซึ่งเป็นยากลุ่ม prostaglandin E1 โดยจะช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวอยู่ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่การใช้ยาที่ถูกต้องควรจะต้องอยู่ในการดูและของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • การผ่าตัด เป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเป็นการผ่าตัดและใส่อวัยวะเพศเทียมเข้าไปภายในอวัยวะเพศโดยตรง ซึ่งจะมีประสิทธิภาพกว่า 90% ซึ่งเป็นทางเบือกสุดท้ายแล้วในกรณีที่วิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผล





บทความ(อ้างอิง)  โรงพยาบาลเปาโลรพ.กรุงเทพพัทยารพ.บำรุงราษ, รพ.สมิติเวช

 
 
bottom of page